เมื่อ : 14 มี.ค. 2569


สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย จัดเสวนา “ศักยภาพการส่งออกผลไม้ของประเทศไทยและเวียดนาม” ในงาน Horti & Agri Asia 2026 วิเคราะห์ไทยเสียเปรียบเวียดนาม ต้นทุนสูง แพ้การแข่งขันตลาดโลก

สถาบันวิจัยพืชสวน และ VNU Exhibitions Asia Pacific จัดเสวนาวิชาการ “ศักยภาพการส่งออกผลไม้ของประเทศไทยและเวียดนาม” เพื่อวิเคราะห์โอกาสทางการค้า การพัฒนาตลาด ทิศทางการส่งออกผักผลไม้อาเซียนสู่ตลาดโลก และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ

 

การเสวนาจัดขึ้นในวันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 11.30–12.15 น. ณ Bangkok International Trade & Exhibition Center (BITEC บางนา) ภายในงาน Horti & Agri Asia 2026 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญด้านเทคโนโลยีเกษตร นวัตกรรมพืชสวน และอุตสาหกรรมอาหารระดับเอเชีย

 

 

 

 

พืชสวนแห่งประเทศไทย ร่วมกับศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สถาบันวิจัยพืชสวน และ VNU Exhibitions Asia Pacific จัดเสวนาวิชาการ “ศักยภาพการส่งออกผลไม้ของประเทศไทยและเวียดนาม” เพื่อวิเคราะห์โอกาสทางการค้า การพัฒนาตลาด ทิศทางการส่งออกผักผลไม้อาเซียนสู่ตลาดโลก และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรสำคัญ

 

นางกนกรัตน์ สิทธิพจน์ อุปนายกรักษาการแทนนายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเสวนาครั้งนี้มีเป้าหมายวิเคราะห์ศักยภาพการส่งออกผักผลไม้ไทย-เวียดนาม แนวโน้มตลาดโลก การพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว และโอกาสเพิ่มมูลค่า เพื่อขยายตลาดส่งออกอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

เวทีเสวนา : วิทยากรผู้เชี่ยวชาญประกอบด้วย

ดร. หาญณรงค์ ฉ่ำทรัพย์ ที่ปรึกษาธุรกิจและการจัดการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) – ชี้ไทยมีคุณภาพเหนือกว่าแต่แพ้ราคาและการตลาด เวียดนามครองตลาดหลัก (เช่น​ จีน ญี่ปุ่น สหรัฐฯ) 90% ไทยเหลือเพียง 10% แนะหนีตลาดล่างไปตลาดพรีเมียม เช่น ตะวันออกกลาง สร้างแบรนด์ไทยให้แข็งแกร่ง ฝากให้ผู้ใหญ่ทางรัฐบาล เจ้ากระทรวงที่เกี่ยวกับภาคการเกษตรและ ส่งออก ได้เข้ามาดูแลอย่างเร่งด่วน

 

คุณศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการอิสระด้านการเกษตรเป็นห่วงความเสื่อมโทรมของดิน จากการใช้ปุ๋ยเคมี อยากให้รัฐผลักดันการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ อย่างเป็นรูปธรรม  และยังเล่าถึงประสบการณ์เวียดนามพัฒนาจากหลังสงครามจนแซงไทย ด้วยเกษตรกร ด้วยความขยัน นโยบายรัฐชัดเจน และมีประชาชนชาวเวียตนาม กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกและยัง รวมกลุ่มแปลงใหญ่ อย่างเข้มแข็ง มี ต้นทุนต่ำในการ ขนส่งไปสู่ตลาดใหญ่  จีนเพราะการเดินทางใกล้กัน ยังมีผลผลิตสูงกว่าไทย 1-2 เท่า แนะไทยต้องมีเจ้าภาพชัดเจน โดยผลักดันเอกชน จัดตั้งสมาคมดูแลภาพรวม โดยมีรัฐบาลเป็นพี่เลี้ยง

 

ดร. สุวิมล เจตะวัฒนะ หัวหน้าฝ่ายบริการวิชาการ สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) – เสริมปัญหากลไก​กฎระเบียบ​ติดขัด เช่น การฉายรังสี (irradiation) ส้มโอสำหรับส่งสหรัฐฯ ไทยเคยนำหน้าแต่ปัจจุบันเป็นศูนย์ แนะปรับระเบียบ ล้างสารเคมีตามมาตรฐานสหรัฐฯ สร้างระบบตรวจสอบผลไม้ก่อนการส่งออก (Preclearance Program) เข้มแข็งเหมือนเวียดนาม

 

 

ดร. รุจิรา ดีวัฒนวงศ์ นักวิจัยอาวุโส สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ สรุปว่า ไทยมีศักยภาพสูงแต่ติดอุปสรรค​กฎระเบียบภายในประเทศ​ การรวมกลุ่มเกษตรกรอ่อนแอ พึ่งตลาดจีนมากเกินไป แนะสร้างแบรนด์พรีเมียม กระจายตลาดใหม่ (ตะวันออกกลาง และอื่นๆ) และผลักดันนโยบายรัฐให้เอกชนมีบทบาทนำ

 

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ