เมื่อ : 16 มี.ค. 2569


บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดตัวโครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” เพื่อต่อยอดความสำเร็จจากโครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” โดยมุ่งขยายโอกาสให้คนไทยสามารถมีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้น ผ่านการเพิ่มทางเลือกทั้งด้านราคา ทำเล และกลุ่มผู้ซื้อ

 

นางทองอุไร ลิ้มปิติ ประธานกรรมการ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAMกล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 27 ปี BAM ทำหน้าที่บริหารจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพของประเทศ โดยมีความเชื่อว่าสินทรัพย์ที่เคยหยุดนิ่ง หากได้รับการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม สามารถกลับมาสร้างมูลค่าและหมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง พร้อมทั้งช่วยสร้างโอกาสให้ผู้คน ได้เริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่


 

 

 

โดยที่ผ่านมา BAM ได้ริเริ่มโครงการ “ทรัพย์มหาชน เพื่อบ้านของคนสู้ชีวิต” เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตนเอง แต่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน   เช่น ผู้มีรายได้น้อย ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้ที่มีรายได้ไม่แน่นอน ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของบ้าน โดยนำทรัพย์สินรอการขายของบริษัทมาปรับเงื่อนไขให้เหมาะสมกับผู้ซื้อ

 

ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการ   ตอบรับอย่างดี โดยสามารถส่งต่อที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนได้แล้วกว่า 1500 รายการ ครอบคลุมทรัพย์สินตั้งแต่ราคาประมาณ 100000 บาท ถึง 3 ล้านบาท
“สำหรับ BAM ความสำเร็จของโครงการไม่ได้วัดเพียงจำนวนทรัพย์ที่จำหน่ายได้ แต่หมายถึงจำนวนครอบครัวที่ได้มีบ้านเป็นของตนเอง และได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมั่นคง” นางทองอุไร กล่าว


 

 

 

ด้าน ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า จากความสำเร็จของโครงการในระยะแรก BAM จึงต่อยอดสู่โครงการ “ทรัพย์มหาชน พลัส” เพื่อขยายโอกาสให้ประชาชนเข้าถึง          การมีบ้านได้มากขึ้น โดยโครงการใหม่นี้พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด 3 พลัส ได้แก่
• พลัสด้านราคา ขยายเพดานราคาทรัพย์จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 5 ล้านบาท
• พลัสด้านทำเล เพิ่มจำนวนทรัพย์ในทำเลที่หลากหลายทั่วประเทศ ย่านศูนย์กลางธุรกิจ หัวเมืองใหญ่ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชลบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต  
• พลัสด้านกลุ่มผู้ซื้อ ขยายกลุ่มเป้าหมายให้ครอบคลุมคนไทยทุกคน ทุกอาชีพ เช่น กลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และเอกชน 
การขยายเงื่อนไข ดังกล่าวทำให้โครงการมีทรัพย์เข้าร่วมมากกว่า 21000 รายการ มูลค่ารวมกว่า 32000  ล้านบาท


 

 

ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ