เมื่อ : 02 ก.ค. 2569


กรุงเทพฯ – คณะกลไกประสานงานและส่งเสริมธุรกิจไทย-จีนอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 3 องค์กรหลัก ได้แก่ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าไทย-จีน สมาคมการค้าวิสาหกิจจีน

สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำราชอาณาจักรไทย และบริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด


ร่วมแถลงความพร้อมการจัดงาน Thailand – China Cooperation Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 กรกฎาคม 2569 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “Investing

for the Future Growing Together”




โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานผู้ร่วมจัดและพันธมิตรเข้าร่วม อาทิ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นายเจียง เว่ย อัครราชทูต ที่ปรึกษาสำนักงานเศรษฐกิจและพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำราชอาณาจักรไทย นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน นายหลิว ฉวนเหลย นายกสมาคมการค้าวิสาหกิจจีน นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ประกอบการ และสื่อมวลชน




งาน Thailand – China Cooperation Expo 2026 จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 2 หลังจากการจัดงานในปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นในวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นเวทีสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีน ครอบคลุมทั้งด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี นวัตกรรม การศึกษา การจ้างงาน และการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจระหว่าง สองประเทศ


โดยมุ่งสร้างพื้นที่กลางให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจของไทยและจีน ได้พบปะ แลกเปลี่ยนข้อมูล เจรจาธุรกิจ และต่อยอดความร่วมมือร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม




สำหรับความพร้อมของการจัดงานในปีนี้ พื้นที่จัดแสดงได้รับการตอบรับอย่างคึกคัก โดยมีผู้ประกอบการจากไทยและจีนจองคูหาเต็มพื้นที่กว่า 670 คูหา จาก 270 บริษัทชั้นนำ ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ไปจนถึงปลายน้ำ ในกลุ่มอุตสาหกรรมสำคัญแห่งอนาคต อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรม การค้าและการลงทุน พลังงานสีเขียว ยานยนต์ไฟฟ้า โลจิสติกส์ รวมถึงอาหารและเครื่องดื่ม


ทั้งนี้ ยังมุ่งขยายความร่วมมือกับมณฑลต่าง ๆ ของจีน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจระดับมณฑลได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด การร่วมลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ตลอดจนต่อยอดความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

 

 


นอกจากนั้น ภายในงานยังได้รวบรวมบริการ กิจกรรม และโอกาสทางธุรกิจไว้อย่างครบวงจร อาทิ Consultation Zone หรือศูนย์บริการแบบ One Stop Service ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐชั้นนำกว่า 9 หน่วยงาน เช่น กรมศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การนำเข้า–ส่งออก สิทธิประโยชน์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ


B2B Matching กิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและจีน

ได้พบปะ เจรจา และเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจโดยตรง เพื่อต่อยอดสู่การค้า การลงทุน และความร่วมมือในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้านการจ้างงาน


ภายในงานยังมี Job Fair ที่รวบรวมโอกาสการทำงานกับบริษัทจีนกว่า 2279 อัตรา จากกว่า 475 ตำแหน่งงาน สะท้อนถึงโอกาสด้านแรงงานและการพัฒนาทักษะภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–จีน ขณะเดียวกันยังมี Education Fair ซึ่งรวบรวมทุนการศึกษากว่า 900 ทุน จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของจีนและสถาบันการศึกษาของไทย รวมกว่า 30 แห่ง


เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ให้พร้อมต่อเศรษฐกิจและเทคโนโลยีในอนาคต นอกจากนี้ งานยังจัดให้มี Conference & Symposiums


เวทีสัมมนาวิชาการจากผู้เชี่ยวชาญและบริษัทชั้นนำของไทยและจีน เพื่ออัปเดตทิศทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน เทคโนโลยี และนวัตกรรมสมัยใหม่ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสองประเทศ



ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ