“กอช. มุ่งส่งเสริมการออมให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีเงินใช้หลังเกษียณมอบรางวัลส่งเสริมการออมยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 แก่หน่วยงานเครือข่าย เนื่องในวันออมแห่งชาติ”
กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. จัดงานมอบรางวัลส่งเสริมการออมยอดเยี่ยม กับ กอช. ประจำปี 2568 เนื่องในวันออมแห่งชาติ โดย ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัล เพื่อขอบคุณเครือข่ายความร่วมมือส่งเสริมการออม พร้อมเดินหน้าส่งเสริมให้ประชาชนแรงงานนอกระบบเข้าถึงการออมได้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ให้มีเงินบำนาญกับ กอช. ใช้ในยามเกษียณหลังอายุ 60 ปี ณ ห้องกำปั่นทอง ชั้น 21 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568
ดร.เบญจรงค์ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญ การออม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ในการพัฒนาระบบการออมให้มีประสิทธิภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัยอย่างมีคุณภาพ สอดคล้องกับนโยบายด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาล ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา ภายใต้นโยบายเร่งด่วน “Quick Big Win” ด้วยแนวคิด “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำนโยบายดังกล่าวมากำหนดเป็นแนวทางการขับเคลื่อนการดำเนินงาน 5 เสาหลัก และ 1 ฐานราก เพื่อเร่งรัดการกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งประกอบด้วย
-เสาที่ 1 กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
-เสาที่ 2 ลดภาระหนี้ประชาชน
-เสาที่ 3 เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SMEs
-เสาที่ 4 เพิ่มการออมภาคประชาชน
-เสาที่ 5 การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมทั้งฐานรากการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง
นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการออมเพื่อการเกษียณ ซึ่งเป็นไปตามแผนนโยบายยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม รวมทั้งแผนปฎิรูปประเทศด้านสังคม ประเด็นปฎิรูปที่ 1 กำหนดการปฏิรูปการออม สวัสดิการสังคม และการลงทุนเพื่อสังคม โดยหนึ่งในกิจกรรมที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชน คือ ระบบการออมเพื่อสร้างหลักประกันรายได้หลังวัยเกษียณที่เพียงพอและครอบคลุม ในกลุ่มแรงงานทั้งในและนอกระบบ ซึ่งตรงตามภารกิจหลักของ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)
“กอช. เป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและขับเคลื่อนการออมภาคสมัครใจสำหรับแรงงานนอกระบบทั่วประเทศ ครอบคลุมกลุ่มผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ค้าขาย และผู้ประกอบอาชีพอิสระ ตลอดจน นักเรียน นักศึกษา ที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน เพื่อให้สามารถสร้างหลักประกันทางรายได้ในวัยเกษียณ ผ่านเงินออมของตนเอง
ซึ่งการออมเงินกับ กอช. เริ่มต้นออมเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุดไม่เกิน 30000 บาทต่อปี จะได้รับเงินสมทบจากรัฐ ตามช่วงอายุในเดือนถัดไป สูงสุด 100% แต่ไม่เกิน 1800 บาทต่อปี ยังมีผลตอบแทนจากการบริหารกองทุนอีกด้วย นับว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญในการสร้างเสถียรภาพทางการเงินและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานนอกระบบ เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุได้เป็นอย่างดี
ขณะเดียวกัน กอช. ยังได้ริเริ่มโครงการ “สลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ” หรือ “สลาก กอช.” ซึ่งเป็นนวัตกรรมการออมรูปแบบใหม่ ที่นำเอาวิถีชีวิตของคนไทยมาสร้างแรงจูงใจให้เกิดการออมเงิน ผ่านสลาก กอช. ซื้อแล้วเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออมทุกบาท เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรู้จักเก็บออมและมีหลักประกันทางรายได้ในอนาคต มั่นใจว่า โครงการนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนลดภาระด้านสวัสดิการสังคม และการคลังของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ดร.เบญจรงค์ กล่าว นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า คณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2541 กำหนดให้วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เป็น“วันออมแห่งชาติ” เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนคนไทยมีวินัยรักการออม การวางแผนทางการเงิน รวมทั้งเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการออมเงิน และปัจจุบัน ประเทศไทยก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ และ ในปี 2574 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด
เพื่อการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุที่เข้มแข็ง โดยเริ่มวางแผนการเงินให้ตนเอง ด้วยการบริหารจัดการเงินให้งอกเงยและมั่นคง เริ่มการออมที่มีวินัยจะทำให้ถึงเป้าหมายในอนาคตได้ องค์ประกอบที่สำคัญของการออมเพื่อความมั่นคง
โดยต้องมีระยะเวลาที่ยาวพอ จำนวนเงินออม และผลประโยชน์ตอบแทนจากการออม กอช. จึงเป็นทางเลือกการออมยืดหยุ่นที่เหมาะสำหรับคนไทยที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า แรงงานนอกระบบ นักเรียน นักศึกษาที่มีอายุระหว่าง 15 – 60 ปี เริ่มออมได้ตั้งแต่ 50 บาท สูงสุด 30000 บาทต่อปี พร้อมรับเงินสมทบจากรัฐสูงสุดถึง 100% ตามช่วงอายุ ดังนี้ อายุ 15 - 30 ปี รัฐสมทบให้ 50% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1800 บาทต่อปี อายุ >30 – 50 ปี รัฐสมทบให้ 80% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1800 บาทต่อปี อายุ >50 – 60 ปี รัฐสมทบให้ 100% ของเงินออม แต่ไม่เกิน 1800 บาทต่อปี
นอกจากนี้ สมาชิกได้รับผลประโยชน์ตอบแทนของเงินออมสะสม เงินสมทบที่นำไปลงทุน ทั้งนี้ รัฐบาล ค้ำประกันผลตอบแทนจากการลงทุนสำหรับสมาชิกที่ออมกับ กอช. ถึงอายุ 60 ปีบริบูรณ์ และเงินออมสะสมของสมาชิกสามารถนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปี ในปัจจุบัน กอช. มีจำนวนสมาชิกกว่า 2817745 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568) โดยสมาชิกส่วนใหญ่ ร้อยละ 43.27 เป็นผู้ประกอบอาชีพเกษตรกร รองลงมาเป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ร้อยละ 28.94 และนักเรียน นักศึกษา ร้อยละ 10.61 ตามลำดับ
จากการดำเนินงานที่ผ่านมา เพื่อเป็นการขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่ายส่งเสริมความร่วมมือสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงการออม ทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจในการร่วมแรงร่วมใจส่งเสริมการออมให้ประชาชนแรงงานนอกระบบได้บำนาญทั่วหน้ายามเกษียณ
กอช. จึงได้จัด “งานมอบรางวัลส่งเสริมการออมยอดเยี่ยมกับ กอช. ประจำปี 2568 เนื่องในวันออมแห่งชาติ” (ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 30 กันยายน 2568) ดังนี้ 1. งานมอบรางวัลส่งเสริมการออมยอดเยี่ยมกับ กอช. ประจำปี 2568 จำนวน 33 รางวัล ประกอบด้วย รางวัลเกียรติยศ จำนวน 9 รางวัล รางวัลประเภทบุคคลส่งเสริมการออมกับ กอช. ยอดเยี่ยม จำนวน 1 รางวัล รางวัลหน่วยงานการศึกษา จำนวน 9 รางวัล ประเภทรางวัลระดับประเทศ จำนวน 6 รางวัล ประเภทรางวัลระดับเครือข่ายที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น จำนวน 7 รางวัล และประเภทรางวัลสภาเด็กและเยาวชนจังหวัดที่มีผลการดำเนินงานดีเด่น จำนวน 1 รางวัล 2. งานมอบรางวัลชนะเลิศ Best of The Best หน่วยงานที่มียอดสมาชิกใหม่สูงสุด และยอดเงินสะสมสูงสุด ในโครงการ “The Best Agent 2025” จำนวน 2 รางวัล
ข่าวดี สำหรับคนไทยทุกคน ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทุนการออมแห่งชาติ เดินหน้านวัตกรรมออมใหม่อย่าง “สลาก กอช.” เป็นสลากชุดแบบดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย กลายเป็นเงินออม” ให้คนไทยทุกคนได้มีเงินออมมากขึ้น สามารถซื้อได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชั่น กอช. ในราคาใบละ 50 บาท ซื้อได้ไม่เกิน 3000 บาทต่อเดือน จำนวน 5 ล้านฉบับต่องวด ออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 5 โมงเย็น รางวัลที่ 1 เงินรางวัล 1 ล้านบาท จำนวน 5 รางวัล รางวัลที่ 2 เงินรางวัล 1000 บาท จำนวน 1 หมื่นรางวัล หากถูกรางวัลรับเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนของคุณทันที แม้จะไม่ได้ถูกรางวัลเลย แต่หากซื้อครบ 3000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่อายุ 15 ปี ในอนาคตก็จะมีเงินล้านเป็นของตัวเองโดยสลากที่ซื้อ จะได้ลุ้นรางวัลงวดต่องวดเท่านั้น
หากงวดไหนรางวัลออกไม่หมด
จะถูกทบเป็นรางวัลพิเศษในงวดถัดไป คุณจะได้รับเงินต้นที่ซื้อ สลาก กอช พร้อมผลตอบแทนจากการลงทุนคืนทั้งหมดในคราวเดียว 4 กรณี คือ 1. เมื่ออายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ 2. พิเศษสุด คนไทยอายุมากกว่า 60 ปี จะได้รับคืนเมื่อครบ 5 ปี นับจากวันที่ซื้อครั้งแรก และสามารถออมได้อีกคราวละ 5 ปี 3. เสียสัญชาติไทย หรือ ทุพพลภาพ 4. เสียชีวิต เงินทั้งหมดจะตกเป็นของทายาท หรือผู้รับผลประโยชน์ ที่ระบุไว้ แม้จะไม่ได้ถูกรางวัลเลย แต่หากซื้อครบ 3000 บาทต่อเดือน ตั้งแต่อายุ 30 ปี ในอนาคตก็จะมีเงินล้านเป็นของตัวเอง